เจาะแนวคิด ปั้นความสุข สร้างความเท่าเทียม ฉบับ วัตสัน

เจาะแนวคิด ปั้นความสุข

เจาะแนวคิด ปั้นความสุข

เจาะแนวคิด ปั้นความสุข-สร้างความเท่าเทียม ฉบับ วัตสัน ประเทศไทย สู่การคว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับเอเชีย

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในสมรภูมิค้าปลีกที่การแข่งขันดุเดือด หลายองค์กรต่างมุ่งเน้นการลงทุนกับเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างความได้เปรียบ ไปจนถึงการมองหาแผนการดำเนินงานที่ดีที่สุดเพื่อผลลัพธ์ในเชิงตัวเลขเป็นสำคัญ จนบางครั้งอาจเผลอหลงลืมฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรไป นั่นคือ “คน” แต่ท่ามกลางกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง “วัตสัน ประเทศไทย” (Watsons Thailand) กลับเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่แตกต่าง ด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้าว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปรวดเร็วเพียงใด “คน” ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่อาจถูกแทนที่

ความเชื่อมั่นดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่วิสัยทัศน์ แต่ถูกส่งต่อไปยังการดำเนินงานอย่างเข้มข้นและจริงจัง ท้ายที่สุดมันถูกพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์บนเวทีระดับภูมิภาค เมื่อ วัตสัน ประเทศไทย สามารถคว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวที Asian Management Excellence Awards 2026 ได้สำเร็จ ได้แก่ รางวัล Health and Wellness Initiative of the Year ที่ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และรางวัล Diversity and Inclusion (D&I) Initiative of the Year ที่ได้รับเป็นปีแรก

อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้วัตสันกลายเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานที่สุดแห่งหนึ่ง และพวกเขามีวิธีคิดอย่างไรในการบริหารคนเกือบ 6,000 ชีวิตให้มีความสุขและพร้อมส่งต่อรอยยิ้มให้กับลูกค้าในทุกๆ วัน? ไทยรัฐออนไลน์พาคุณไปร่วมพูดคุยกับ คุณจิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ People Director วัตสัน ประเทศไทย แม่ทัพใหญ่แห่งฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้จะมาถอดรหัส DNA ความสำเร็จครั้งนี้ให้เราได้ฟังอย่างเจาะลึก

คน = ความยั่งยืนทางธุรกิจ และเบื้องหลังกลยุทธ์ People-Centric ก่อนจะเจาะลึกถึงรายละเอียดของรางวัล คุณจิระวัฒน์พาเราย้อนกลับไปทำความเข้าใจถึง “รากฐาน” และวิธีคิดในการบริหารคนของวัตสัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จทั้งหมด “รางวัลเหล่านี้มันเริ่มจากคอนเซปต์ใหญ่ที่เราวางไว้ คือเราต้องการเป็น People-Centric Organization ความหมายของผมคือ การออกแบบวัฒนธรรม โครงสร้าง และรูปแบบการทำงานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนจริงๆ เพื่อให้เขาสามารถโชว์ศักยภาพได้ดีที่สุด ซึ่งมันเป็นการยกระดับมาตรฐานวัฒนธรรมองค์กรของเราสู่ระดับภูมิภาค ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยครับ”

ในมุมมองของผู้บริหารท่านนี้ “คน” ไม่ใช่แค่ทรัพยากร แต่คือ “ยุทธศาสตร์” ของความยั่งยืน โดยคุณจิระวัฒน์ได้ขยายความถึงกลยุทธ์ People Strategy ของวัตสันว่าแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ “ที่วัตสันเราแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ ส่วนแรกคือ Essentials อย่างเรื่อง Data Technology หรือ Operation งานรูทีนพวกนี้เราต้องทำได้ดีอยู่แล้ว แต่อีกส่วนที่ผมเรียกว่า Differentiator หรือตัวที่สร้างความแตกต่างจริงๆ จะประกอบด้วย Employer Brand & Culture, Capability & Performance และที่สำคัญที่สุดคือ Sustainability”

“ถ้าพูดถึงความยั่งยืน เรามองไปที่ 3P คือ Planet, People และ Product แต่หัวใจหลักที่เราคุยกันวันนี้คือเรื่อง People ซึ่งเราเจาะลงไปที่ 3 เสาหลักย่อย คือการเคารพสิทธิมนุษยชน (Respect Human Rights), การดูแลชุมชน (Community) และการดูแลพนักงาน (Caring for People) รางวัลที่เราได้มา ก็มาจากการเจาะลึกในเรื่อง Caring for People นี่แหละครับ” คำตอบนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า สำหรับวัตสันแล้ว การดูแลคนไม่ใช่แค่เรื่องของสวัสดิการ แต่คือเสาหลักที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เพราะเมื่อคนข้างในมีความสุข ย่อมส่งต่อประสบการณ์ที่ดีและรอยยิ้มไปสู่ลูกค้าได้นั่นเอง

Wellness ที่ออกแบบโดยพนักงาน เพื่อพนักงาน ผ่าน “Committee” เมื่อโครงสร้างความคิดแข็งแรง การนำไปปฏิบัติจึงเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จนนำมาสู่รางวัล Health and Wellness Initiative of the Year ที่ได้รับต่อเนื่องถึง 2 ปีซ้อน ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่แค่การที่วัตสันดูแลพนักงานครบทั้ง 4 มิติ ได้แก่ กาย (Physical), ใจ (Mental), สังคม (Social) และการเงิน (Financial) เท่านั้น แต่ “หัวใจสำคัญ” ของความสำเร็จนี้อยู่ที่กระบวนการ “รับฟัง” และ “มีส่วนร่วม” (Engagement) อย่างแท้จริง ผ่านกลไกที่เรียกว่า “Committee”

คุณจิระวัฒน์ เล่าถึงเบื้องหลังที่ทำให้กิจกรรม Well-being ของที่นี่ประสบความสำเร็จและแตกต่างจากที่อื่นว่า “Key Success ของเราคือ Committee ครับ เราให้พนักงานโหวตเลือกตัวแทนกันเองจาก 3 กลุ่มหลัก คือ ออฟฟิศ คลังสินค้า และพนักงานสาขา คณะกรรมการชุดนี้จะได้รับงบประมาณเพื่อนำไปออกแบบกิจกรรมที่โดนใจเพื่อนพนักงานในกลุ่มของตนเองจริงๆ” เจาะแนวคิด ปั้นความสุข

การมี Committee คือบทพิสูจน์วัฒนธรรมองค์กรของวัตสันที่เน้นการฟังเสียงพนักงาน ไม่ใช่การสั่งการจากบนลงล่าง ผลลัพธ์ที่ได้คือกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น พนักงานคลังสินค้าชอบเล่นกีฬา พนักงานออฟฟิศชอบกิจกรรมเยียวยาจิตใจ ส่วนพนักงานหน้าร้านต้องการที่ปรึกษาเรื่องความกดดัน เป็นต้น “สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าเราให้ความสำคัญกับ Engagement มาก กิจกรรมต่างๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเราไม่เปิดเวทีให้เขาบอกความต้องการ และเราสนับสนุนสิ่งที่เขาคิด”

และเพื่อให้การดูแลนี้เข้าถึงพนักงานเกือบ 6,000 คนทั่วประเทศ วัตสันจึงเสริมทัพด้วยนวัตกรรมอย่างแอปพลิเคชัน “FUNARIUM” และระบบ “Fun Coins” ที่ให้พนักงานสะสมเหรียญจากการทำกิจกรรมดีๆ เพื่อแลกของรางวัลที่จับต้องได้จริง อาทิ วันลาพิเศษ ลอตเตอรี่ สินค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการดูแลใจผ่านนักจิตวิทยา และกิจกรรมเยียวยาหลากรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์ที่ประกอบกันจนทำให้วัตสันครองแชมป์รางวัลด้าน Wellness ได้อย่างต่อเนื่อง

พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ที่ความแตกต่างคือพลัง นอกจากความสำเร็จด้านการดูแลพนักงาน ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่วัตสันคว้ารางวัล Diversity and Inclusion (D&I) Initiative of the Year ซึ่งเปรียบเสมือนหมุดหมายใหม่ที่ประกาศว่า วัตสันพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและเท่าเทียม “เราพยายามสร้าง Safe Space หรือพื้นที่ปลอดภัย ให้กับหลายๆ คนที่เขารู้สึกว่าไม่เป็นที่ยอมรับจากที่อื่น แต่สำหรับที่นี่ เราเปิดกว้าง เป็นเวทีให้เขาได้ฉายแสง”

คุณจิระวัฒน์ ขยายความถึงเบื้องหลังรางวัลนี้ว่า สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญคือ “5 พันธสัญญาของผู้นำ” (5 Leadership Commitments) ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ผู้นำทุกคนในองค์กรยึดถือร่วมกัน เพื่อทลายกำแพงแห่งความแตกต่าง ประกอบไปด้วย

1. การสร้างทีมที่หลากหลายและครอบคลุม เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการสรรหาที่มองข้ามกรอบเรื่องเพศหรืออายุ แต่ตัดสินที่ศักยภาพ และความสามารถ เป็นที่ตั้งในการคัดเลือกและพัฒนาบุคลากร

2. การสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มุ่งเน้นให้พนักงานทุกคนรู้สึกว่าองค์กรคือบ้าน และเป็น Safe Space ที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้โดยไม่ต้องกังวล ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นใจในการปลดปล่อยศักยภาพสูงสุด

3. การขจัดอคติโดยไม่รู้ตัว ข้อนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญในการฝึกให้ผู้นำรู้เท่าทันความคิดของตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักทางความคิดต่างๆ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างยุติธรรมที่สุด

4. การเรียนรู้ตลอดชีวิต สนับสนุนให้พนักงานพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้ทันโลกที่เปลี่ยนไป เช่น การตั้งเป้าให้พนักงานออฟฟิศ 100% ต้องได้รับการอบรมเรื่อง AI ภายในปี 2025 เป็นต้น

5. ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทุกนโยบายต้องวัดผลได้จริง เช่น การวัดอัตราการเติบโตและการเลื่อนตำแหน่งจากคนภายในองค์กร เพื่อยืนยันว่าโอกาสนั้นเปิดกว้างสำหรับทุกคนอย่างเท่าเทียม

ความตั้งใจตามพันธสัญญานี้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรมในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การจ้างงานเภสัชกรวัยเกษียณ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรทรงคุณค่าได้กลับมาใช้ความรู้ความสามารถอีกครั้ง หรือการสนับสนุนกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) โดยมองข้ามเรื่องเพศสภาพและโฟกัสที่ฝีมือเป็นหลัก อย่างเช่นการส่ง Make-up Artist ในกลุ่ม LGBTQ+ ไปดูงานและสร้างประสบการณ์ไกลถึงฮ่องกง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้จะประสบความสำเร็จจนคว้ารางวัลระดับภูมิภาคมาครอง แต่สำหรับวัตสัน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น โดยคุณจิระวัฒน์ได้ฉายภาพอนาคตที่น่าสนใจว่า D&I ในก้าวต่อไปของวัตสัน จะไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเพศหรืออายุ แต่จะผลักดันลึกลงไปถึง “ความหลากหลายทางความคิด”

“เรายังทำได้อีกเยอะครับ ในอนาคตเราพยายามจะลดช่องว่างเรื่องการเลือกปฏิบัติ หรือการดูถูกกันในการทำงานร่วมกัน สิ่งสำคัญคือเราต้องให้ความรู้ เรื่องการสื่อสาร เพราะบางครั้งพนักงานไม่ได้ตั้งใจแต่คำพูดที่ใช้อาจทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกอึดอัด ซึ่งนี่เป็นมิติที่ลึกกว่าเรื่องภาพลักษณ์ภายนอก การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดรับไอเดียที่หลากหลายนี้เอง จะช่วยสร้าง Creativity และทำให้องค์กรพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน” นอกจากมิติทางความคิด ในด้าน Wellness วัตสันก็เตรียมยกระดับการดูแลให้เข้มข้นยิ่งขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต

“ในอนาคตเราจะยกระดับเรื่องสุขภาพจิตจาก 1-on-1 เป็น Group Counseling เพื่อให้ดูแลได้ทั่วถึงขึ้นตามความกดดันทางธุรกิจที่สูงขึ้น และเราจะเน้นเรื่องการเงินเชิงลึก เช่น การให้ความรู้เรื่องการจัดพอร์ตการลงทุน เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับพนักงานของเรา” รางวัลแห่งมาตรฐานใหม่ เพื่อขับเคลื่อนวงการค้าปลีกไทย เมื่อบทสนทนาเดินทางมาถึงช่วงท้าย สิ่งที่เราสัมผัสได้จากวิสัยทัศน์ของคุณจิระวัฒน์ คือความมุ่งมั่นที่ไม่ใช่แค่เพื่อองค์กรของตนเอง แต่เพื่อยกระดับมาตรฐานของทั้งอุตสาหกรรม การได้รับรางวัล Asian Management Excellence Awards 2026 ทั้งสองรางวัลในครั้งนี้ จึงมีนัยสำคัญที่มากกว่าความภาคภูมิใจ

โดยรางวัล Health and Wellness ที่ได้รับต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน คือเครื่องการันตีว่า การดูแลพนักงานไม่ใช่เรื่องชั่วครั้งชั่วคราว แต่ต้องเป็นวิถีที่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ในขณะที่รางวัล D&I ที่ได้รับเป็นปีแรก คือการประกาศก้าวสำคัญของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่กล้าลุกขึ้นมาสร้างมาตรฐานใหม่เรื่องความเท่าเทียม โดยการให้วัตสันเป็น Benchmark สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยและเอเชีย เจาะแนวคิด ปั้นความสุข

“วัตสันไม่ได้ให้แค่เงินกับงาน เพราะงานกับเงินที่ไหนก็คล้ายๆ กัน แต่สิ่งที่วัตสันให้คือโอกาสในการฉายแสง เราพยายามทำแบรนด์ของเราให้เปิดรับและเข้าใจคนรุ่นใหม่ เป็น Safe Space ที่ให้คุณได้เป็นตัวของตัวเอง และเติบโตไปพร้อมกับเรา” คุณจิระวัฒน์ ทิ้งท้ายถึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 51% ในองค์กร และกำลังมองหาสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์ชีวิตที่หลากหลาย จาก 2 รางวัลแห่งความสำเร็จ สู่พันธสัญญาที่จะไม่หยุดพัฒนา วันนี้ “วัตสัน ประเทศไทย” ได้พิสูจน์แล้วว่าองค์กรที่น่าทำงานที่สุดอาจไม่ใช่องค์กรที่ทุ่มเททุกอย่างไปกับเทคโนโลยีและเทรนด์ล้ำสมัย แต่เป็นองค์กรที่เห็นคุณค่าของ “คน” มากที่สุด  shoujospain