ประชาธิปัตย์ครั้งนี้ หวังเปลี่ยนสถานะ วันที่ 29 ธันวาคม 2569

ประชาธิปัตย์ครั้งนี้ หวังเปลี่ยนสถานะ

ประชาธิปัตย์ครั้งนี้ หวังเปลี่ยนสถานะ

ประชาธิปัตย์ครั้งนี้ หวังเปลี่ยนสถานะ จากผู้ท้าชิง มาเป็นแชมป์ให้ได้

ชวน “อภิสิทธิ์” คุยการเมืองโค้งสุดท้าย พื้นที่กทม. พรรคประชาชนแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ยอมรับหวังจากผู้ท้าชิง จะได้รับโอกาสให้กลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง พร้อมคุยกระแสไวรัล “อยากมีแฟน แบบที่คนใต้รักประชาธิปัตย์”

วันที่ 29 ธันวาคม 2569 รายการ Thairath Politics พามาคุยการเมืองโค้งสุดท้ายกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้กลับมานั่งหัวหน้าพรรคท่ามกลางวิกฤติ และต้องมากอบกู้พรรคเพื่อให้ฟื้นกลับมาให้ได้ ยอมรับพื้นที่กทม. ก็ยังต้องสู้อย่างหนักกับพรรคประชาชน และตอนนี้ยังไม่กล้าประเมินว่าพื้นที่กรุงเทพฯ จะได้กี่ที่นั่ง แม้แต่พื้นที่ภาคใต้ที่คะแนนขึ้นมากกว่าภาคอื่นก็ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักเพราะยังมีอีกหลายปัจจัย แต่ดูจากโพล เกือบทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ก็เหมือนผลโพลที่ จ.สงขลา ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ จ.ภูเก็ต

“ลงพื้นที่ไปแล้ว ผลตอบรับดีมาก การแสดงออกถึงความผูกพันของคนใต้กับพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนมาก (ก็คือยังรัก ศรัทธา รอคอยคุณอภิสิทธิ์กลับมา) เขาแซวกันไม่ใช่เหรอว่า คนอยากมีแฟน แบบที่คนใต้รักประชาธิปัตย์ ก็รู้สึกดี เพราะเราก็ผูกพันกันจริงๆ เพราะในยามที่เราต้องต่อสู้ทางการเมือง ไม่เหลือใครที่จะยืนอยู่กับเรา ก็ยังมีคนใต้เขาปักหลักกับเรามาตลอด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงคู่แข่งในพื้นที่ภาคใต้ว่า ปัจจุบันมันแยกส่วนไป เพราะครั้งที่แล้วบัญชีรายชื่อที่ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 คือพรรคก้าวไกล แต่ก้าวไกลก็ได้เพียง 3 ที่นั่ง ใน สส. เขต ส่วนพรรคที่มาแย่งชิงไปเดิมเป็นพรรคภูมิใจไทยและพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ และ กล้าธรรม จึงทำให้เกิดความต่าง เพราะพอดูบัญชีรายชื่อก็เป็นแบบหนึ่ง เขตก็เป็นแบบหนึ่ง ส่วนการประเมินสนามทั่วประเทศ ยังมีเวลาที่จะต่อยอดสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ฟื้นฟูมาจากพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพฯ ที่จะขยายไปยังภาคอื่นๆ เช่น ภาคตะวันออก ที่มีเสียงตอบรับที่ดี

ประชาธิปัตย์ครั้งนี้ หวังเปลี่ยนสถานะ

ส่วนที่มีการคาดการณ์กันว่าพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นการแข่งกันระหว่างพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า “ถ้าหากพรรคประชาชนมองว่าเราเป็นผู้ท้าชิงหลักก็เป็นเรื่องที่ดี พรรคก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเปลี่ยนสถานะจากผู้ท้าชิง มาเป็นแชมป์ให้ได้”นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงโครงการคนละครึ่ง ที่หลายพรรคนำมาหาเสียงว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเป็นนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ที่พรรคไม่พูดถึงเรื่องนี้เพราะเรื่องเศรษฐกิจมันไปไกลเกินเรื่องคนละครึ่งแล้ว รวมถึงพูดคุยดราม่าจุดยืนแก้รัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองที่จะร่วมด้วยในรัฐบาลชุดหน้า กระทรวงที่อยากนั่งถ้าได้เป็นรัฐบาล และปัญหาของประเทศไทยที่ต้องเร่งแก้ไขด่วนในมุมมองของคนที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน shoujospain