บริหารจัดการอาคาร: ระบบระบายน้ำเสียในห้องน้ำ

บริหารจัดการอาคาร: ระบบระบายน้ำเสียในห้องน้ำ ระบบระบายน้ำเสียในห้องน้ำ เรื่องของกลิ่นในห้องน้ำที่เป็นปัญหากวนใจของเจ้าของบ้านทุกคน ปัญหาหลักๆมักมาจากท่อระบายน้ำที่มีกลิ่นตลอดเวลา ยิ่งหน้าฝน กลิ่นยิ่งแรงขึ้น ดังนั้นการวางระบบระบายน้ำเสียภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรได้รับการวางท่อและการติดตั้งอย่างถูกต้อง เพื่อลดปัญหาเรื่องการระบายน้ำเสีย และกลิ่นที่ก่อให้เกิดความรำคาญใจ

เรื่องของกลิ่นในห้องน้ำที่เป็นปัญหากวนใจของเจ้าของบ้านทุกคน ปัญหาหลักๆมักมาจากท่อระบายน้ำที่มีกลิ่นตลอดเวลา ยิ่งหน้าฝน กลิ่นยิ่งแรงขึ้น ดังนั้นการวางระบบระบายน้ำเสียภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรได้รับการวางท่อและการติดตั้งอย่างถูกต้อง เพื่อลดปัญหาเรื่องการระบายน้ำเสีย และกลิ่นที่ก่อให้เกิดความรำคาญใจ

ประเภทของระบบระบายน้ำเสียในห้องน้ำ

เราสามารถแบ่งสิ่งที่ต้องการระบายออกจากห้องน้ำหลักๆแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. น้ำเสียที่มาจากการอาบน้ำ,อ่างล้างหน้าและน้ำทิ้งทั่วไป 2.ของเสียจากสุขภัณฑ์(ชักโครก)โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ

1.น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ สามารถแบ่งได้เป็นส่วนเปียก และส่วนแห้ง โดย “ท่อน้ำทิ้ง” ที่ใช้ระบายน้ำเสียออกจากห้องน้ำสู้ภายนอกบ้าน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการระบายน้ำเสีย โดยพื้นที่อาบน้ำ ล้างหน้า และพื้นที่ซักล้าง ควรมีความชันไม่น้อยกว่า 1:100 เช่น เช่น ความยาว 100 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.การระบายบริเวณท่อน้ำทิ้ง นิยมใช้ท่อพีวีซีสีเทาหรือ PVC สีฟ้า class 8.5 เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว ที่รับแรงดันน้ำได้ 0.85 Mpa หรือ 8.5 กก./ตร.ซม. ซึ่งเหมาะกับการใช้เป็นท่อน้ำทิ้ง โดยวิธีการดักกลิ่นนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ การติดตั้ง P-Trap , การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น สองส่วนแรกใช้บริเวณพื้น และ การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า

1.1 การติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap ติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap เข้ากับท่อระบายน้ำที่ฝังไว้ในพื้นห้องน้ำควบคู่กับฝาท่อระบายน้ำธรรมดา ท่อดักกลิ่น P-Trap เหมาะกับบ้านที่ยกพื้นชั้นล่าง และ ห้องน้ำชั้นบน โดยอาศัยน้ำค้างที่ท้องท่อข้องอ ขวางปิดทางเดินของกลิ่นเหม็นที่จะไหลย้อนกลับมาทางเดิมเอาไว้ และตรงจุดต่ำสุดของท่อข้องอจะต้องมีรูเล็กๆ ที่สามารถเอื้อมมือไปหมุนเปิดเพื่อปล่อยตะกอนที่ตกค้างให้ไหลออกจากท่อได้อย่างสะดวก

1.2 การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น หากพื้นบ้านชั้นล่างยกห่างจากพื้นดินไม่มาก ควรเลือกวิธีกันกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งด้วยการใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่นแทนการใช้ P-Trap ซึ่งฝาตะแกรงรุ่นนี้มีลักษณะเป็นถ้วยก้นลึกสำหรับกักน้ำไว้รอบปากท่อ และครอบด้วยฝาถ้วยคว่ำสำหรับดักกลิ่นเพื่อกันไม่ให้กลิ่นย้อนขึ้นมาได้ โดยใช้งานร่วมกับ Floor Cleanout เป็นจุดเปิดเพื่อกำจัดสิ่งปฏิกูลที่สะสมในช่วงกลางๆ เส้นท่อที่มีความยาวมากๆ เมื่อมีการอุดตัน มักจะเป็นสาเหตุให้ระบายน้ำทิ้งได้ไม่สะดวก

1.3 การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า มี 2 แบบที่นิยมใช้กัน นั่นคือ ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) และท่อระบายน้ำแบบ P-Trap มีหน้าที่เดียวกันในการป้องกันกลิ่นและแมลงรบกวน ส่วนรูปแบบที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการติดตั้งและหน้าที่การใช้งานที่ต่างกันไป ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) Bottle Trap คือ เป็นท่อระบายน้ำทิ้งที่มีลักษณะเป็นท่อซ้อนท่อ โดยที่ปลายท่อหนึ่งที่ต่อจากรูน้ำทิ้งอ่างจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำขังของภายในอีกท่อหนึ่ง สามารถขังน้ำไว้ได้ในปริมาณหนึ่งเพื่อป้องกันกลิ่นหรือแมลงย้อนกลับมารบกวน ถ้วยที่อยู่ปลายท่อสามารถดักตะกอน และถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดได้ นิยมใช้กับอ่างล้างหน้า ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap เป็นท่อน้ำทิ้งที่มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว P โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่งผ่านท่อรูปตัวยู หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap (คลิกเพื่ออ่านบทความ “ศัพท์คนสร้างบ้าน U-trap (U-Bend)”) ที่สามารถขังน้ำเพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ก่อนระบายน้ำต่อไปตามท่อในแนวนอน P Trap มีข้อดีคือสามารถระบายน้ำได้เร็ว และกันกลื่นได้ดี เหมาะสำหรับนำไปใช้ใต้อ่างล้างจาน

น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ สามารถแบ่งได้เป็นส่วนเปียก และส่วนแห้ง โดย “ท่อน้ำทิ้ง” ที่ใช้ระบายน้ำเสียออกจากห้องน้ำสู้ภายนอกบ้าน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการระบายน้ำเสีย โดยพื้นที่อาบน้ำ ล้างหน้า และพื้นที่ซักล้าง ควรมีความชันไม่น้อยกว่า 1:100 เช่น เช่น ความยาว 100 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.การระบายบริเวณท่อน้ำทิ้ง นิยมใช้ท่อพีวีซีสีเทาหรือ PVC สีฟ้า class 8.5 เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว ที่รับแรงดันน้ำได้ 0.85 Mpa หรือ 8.5 กก./ตร.ซม. ซึ่งเหมาะกับการใช้เป็นท่อน้ำทิ้ง โดยวิธีการดักกลิ่นนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ การติดตั้ง P-Trap , การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น สองส่วนแรกใช้บริเวณพื้น และ การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า

1.1 การติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap

1.น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ สามารถแบ่งได้เป็นส่วนเปียก และส่วนแห้ง โดย “ท่อน้ำทิ้ง” ที่ใช้ระบายน้ำเสียออกจากห้องน้ำสู้ภายนอกบ้าน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการระบายน้ำเสีย โดยพื้นที่อาบน้ำ ล้างหน้า และพื้นที่ซักล้าง ควรมีความชันไม่น้อยกว่า 1:100 เช่น เช่น ความยาว 100 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.การระบายบริเวณท่อน้ำทิ้ง นิยมใช้ท่อพีวีซีสีเทาหรือ PVC สีฟ้า class 8.5 เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว ที่รับแรงดันน้ำได้ 0.85 Mpa หรือ 8.5 กก./ตร.ซม. ซึ่งเหมาะกับการใช้เป็นท่อน้ำทิ้ง โดยวิธีการดักกลิ่นนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ การติดตั้ง P-Trap , การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น สองส่วนแรกใช้บริเวณพื้น และ การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า

1.1 การติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap ติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap เข้ากับท่อระบายน้ำที่ฝังไว้ในพื้นห้องน้ำควบคู่กับฝาท่อระบายน้ำธรรมดา ท่อดักกลิ่น P-Trap เหมาะกับบ้านที่ยกพื้นชั้นล่าง และ ห้องน้ำชั้นบน โดยอาศัยน้ำค้างที่ท้องท่อข้องอ ขวางปิดทางเดินของกลิ่นเหม็นที่จะไหลย้อนกลับมาทางเดิมเอาไว้ และตรงจุดต่ำสุดของท่อข้องอจะต้องมีรูเล็กๆ ที่สามารถเอื้อมมือไปหมุนเปิดเพื่อปล่อยตะกอนที่ตกค้างให้ไหลออกจากท่อได้อย่างสะดวก

1.2 การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น หากพื้นบ้านชั้นล่างยกห่างจากพื้นดินไม่มาก ควรเลือกวิธีกันกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งด้วยการใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่นแทนการใช้ P-Trap ซึ่งฝาตะแกรงรุ่นนี้มีลักษณะเป็นถ้วยก้นลึกสำหรับกักน้ำไว้รอบปากท่อ และครอบด้วยฝาถ้วยคว่ำสำหรับดักกลิ่นเพื่อกันไม่ให้กลิ่นย้อนขึ้นมาได้ โดยใช้งานร่วมกับ Floor Cleanout เป็นจุดเปิดเพื่อกำจัดสิ่งปฏิกูลที่สะสมในช่วงกลางๆ เส้นท่อที่มีความยาวมากๆ เมื่อมีการอุดตัน มักจะเป็นสาเหตุให้ระบายน้ำทิ้งได้ไม่สะดวก

1.3 การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า มี 2 แบบที่นิยมใช้กัน นั่นคือ ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) และท่อระบายน้ำแบบ P-Trap มีหน้าที่เดียวกันในการป้องกันกลิ่นและแมลงรบกวน ส่วนรูปแบบที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการติดตั้งและหน้าที่การใช้งานที่ต่างกันไป ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) Bottle Trap คือ เป็นท่อระบายน้ำทิ้งที่มีลักษณะเป็นท่อซ้อนท่อ โดยที่ปลายท่อหนึ่งที่ต่อจากรูน้ำทิ้งอ่างจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำขังของภายในอีกท่อหนึ่ง สามารถขังน้ำไว้ได้ในปริมาณหนึ่งเพื่อป้องกันกลิ่นหรือแมลงย้อนกลับมารบกวน ถ้วยที่อยู่ปลายท่อสามารถดักตะกอน และถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดได้ นิยมใช้กับอ่างล้างหน้า ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap เป็นท่อน้ำทิ้งที่มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว P โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่งผ่านท่อรูปตัวยู หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap (คลิกเพื่ออ่านบทความ “ศัพท์คนสร้างบ้าน U-trap (U-Bend)”) ที่สามารถขังน้ำเพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ก่อนระบายน้ำต่อไปตามท่อในแนวนอน P Trap มีข้อดีคือสามารถระบายน้ำได้เร็ว และกันกลื่นได้ดี เหมาะสำหรับนำไปใช้ใต้อ่างล้างจาน

ติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap เข้ากับท่อระบายน้ำที่ฝังไว้ในพื้นห้องน้ำควบคู่กับฝาท่อระบายน้ำธรรมดา ท่อดักกลิ่น P-Trap เหมาะกับบ้านที่ยกพื้นชั้นล่าง และ ห้องน้ำชั้นบน โดยอาศัยน้ำค้างที่ท้องท่อข้องอ ขวางปิดทางเดินของกลิ่นเหม็นที่จะไหลย้อนกลับมาทางเดิมเอาไว้ และตรงจุดต่ำสุดของท่อข้องอจะต้องมีรูเล็กๆ ที่สามารถเอื้อมมือไปหมุนเปิดเพื่อปล่อยตะกอนที่ตกค้างให้ไหลออกจากท่อได้อย่างสะดวก

1.2 การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น
1.น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ สามารถแบ่งได้เป็นส่วนเปียก และส่วนแห้ง โดย “ท่อน้ำทิ้ง” ที่ใช้ระบายน้ำเสียออกจากห้องน้ำสู้ภายนอกบ้าน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการระบายน้ำเสีย โดยพื้นที่อาบน้ำ ล้างหน้า และพื้นที่ซักล้าง ควรมีความชันไม่น้อยกว่า 1:100 เช่น เช่น ความยาว 100 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.การระบายบริเวณท่อน้ำทิ้ง นิยมใช้ท่อพีวีซีสีเทาหรือ PVC สีฟ้า class 8.5 เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว ที่รับแรงดันน้ำได้ 0.85 Mpa หรือ 8.5 กก./ตร.ซม. ซึ่งเหมาะกับการใช้เป็นท่อน้ำทิ้ง โดยวิธีการดักกลิ่นนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ การติดตั้ง P-Trap , การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น สองส่วนแรกใช้บริเวณพื้น และ การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า

1.1 การติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap ติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap เข้ากับท่อระบายน้ำที่ฝังไว้ในพื้นห้องน้ำควบคู่กับฝาท่อระบายน้ำธรรมดา ท่อดักกลิ่น P-Trap เหมาะกับบ้านที่ยกพื้นชั้นล่าง และ ห้องน้ำชั้นบน โดยอาศัยน้ำค้างที่ท้องท่อข้องอ ขวางปิดทางเดินของกลิ่นเหม็นที่จะไหลย้อนกลับมาทางเดิมเอาไว้ และตรงจุดต่ำสุดของท่อข้องอจะต้องมีรูเล็กๆ ที่สามารถเอื้อมมือไปหมุนเปิดเพื่อปล่อยตะกอนที่ตกค้างให้ไหลออกจากท่อได้อย่างสะดวก

1.2 การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น หากพื้นบ้านชั้นล่างยกห่างจากพื้นดินไม่มาก ควรเลือกวิธีกันกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งด้วยการใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่นแทนการใช้ P-Trap ซึ่งฝาตะแกรงรุ่นนี้มีลักษณะเป็นถ้วยก้นลึกสำหรับกักน้ำไว้รอบปากท่อ และครอบด้วยฝาถ้วยคว่ำสำหรับดักกลิ่นเพื่อกันไม่ให้กลิ่นย้อนขึ้นมาได้ โดยใช้งานร่วมกับ Floor Cleanout เป็นจุดเปิดเพื่อกำจัดสิ่งปฏิกูลที่สะสมในช่วงกลางๆ เส้นท่อที่มีความยาวมากๆ เมื่อมีการอุดตัน มักจะเป็นสาเหตุให้ระบายน้ำทิ้งได้ไม่สะดวก

1.3 การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า มี 2 แบบที่นิยมใช้กัน นั่นคือ ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) และท่อระบายน้ำแบบ P-Trap มีหน้าที่เดียวกันในการป้องกันกลิ่นและแมลงรบกวน ส่วนรูปแบบที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการติดตั้งและหน้าที่การใช้งานที่ต่างกันไป ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) Bottle Trap คือ เป็นท่อระบายน้ำทิ้งที่มีลักษณะเป็นท่อซ้อนท่อ โดยที่ปลายท่อหนึ่งที่ต่อจากรูน้ำทิ้งอ่างจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำขังของภายในอีกท่อหนึ่ง สามารถขังน้ำไว้ได้ในปริมาณหนึ่งเพื่อป้องกันกลิ่นหรือแมลงย้อนกลับมารบกวน ถ้วยที่อยู่ปลายท่อสามารถดักตะกอน และถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดได้ นิยมใช้กับอ่างล้างหน้า ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap เป็นท่อน้ำทิ้งที่มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว P โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่งผ่านท่อรูปตัวยู หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap (คลิกเพื่ออ่านบทความ “ศัพท์คนสร้างบ้าน U-trap (U-Bend)”) ที่สามารถขังน้ำเพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ก่อนระบายน้ำต่อไปตามท่อในแนวนอน P Trap มีข้อดีคือสามารถระบายน้ำได้เร็ว และกันกลื่นได้ดี เหมาะสำหรับนำไปใช้ใต้อ่างล้างจาน

หากพื้นบ้านชั้นล่างยกห่างจากพื้นดินไม่มาก ควรเลือกวิธีกันกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งด้วยการใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่นแทนการใช้ P-Trap ซึ่งฝาตะแกรงรุ่นนี้มีลักษณะเป็นถ้วยก้นลึกสำหรับกักน้ำไว้รอบปากท่อ และครอบด้วยฝาถ้วยคว่ำสำหรับดักกลิ่นเพื่อกันไม่ให้กลิ่นย้อนขึ้นมาได้ โดยใช้งานร่วมกับ Floor Cleanout เป็นจุดเปิดเพื่อกำจัดสิ่งปฏิกูลที่สะสมในช่วงกลางๆ เส้นท่อที่มีความยาวมากๆ เมื่อมีการอุดตัน มักจะเป็นสาเหตุให้ระบายน้ำทิ้งได้ไม่สะดวก

1.3 การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า

1.น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ สามารถแบ่งได้เป็นส่วนเปียก และส่วนแห้ง โดย “ท่อน้ำทิ้ง” ที่ใช้ระบายน้ำเสียออกจากห้องน้ำสู้ภายนอกบ้าน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการระบายน้ำเสีย โดยพื้นที่อาบน้ำ ล้างหน้า และพื้นที่ซักล้าง ควรมีความชันไม่น้อยกว่า 1:100 เช่น เช่น ความยาว 100 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.การระบายบริเวณท่อน้ำทิ้ง นิยมใช้ท่อพีวีซีสีเทาหรือ PVC สีฟ้า class 8.5 เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว ที่รับแรงดันน้ำได้ 0.85 Mpa หรือ 8.5 กก./ตร.ซม. ซึ่งเหมาะกับการใช้เป็นท่อน้ำทิ้ง โดยวิธีการดักกลิ่นนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ การติดตั้ง P-Trap , การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น สองส่วนแรกใช้บริเวณพื้น และ การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า

1.1 การติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap ติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap เข้ากับท่อระบายน้ำที่ฝังไว้ในพื้นห้องน้ำควบคู่กับฝาท่อระบายน้ำธรรมดา ท่อดักกลิ่น P-Trap เหมาะกับบ้านที่ยกพื้นชั้นล่าง และ ห้องน้ำชั้นบน โดยอาศัยน้ำค้างที่ท้องท่อข้องอ ขวางปิดทางเดินของกลิ่นเหม็นที่จะไหลย้อนกลับมาทางเดิมเอาไว้ และตรงจุดต่ำสุดของท่อข้องอจะต้องมีรูเล็กๆ ที่สามารถเอื้อมมือไปหมุนเปิดเพื่อปล่อยตะกอนที่ตกค้างให้ไหลออกจากท่อได้อย่างสะดวก

1.2 การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น หากพื้นบ้านชั้นล่างยกห่างจากพื้นดินไม่มาก ควรเลือกวิธีกันกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งด้วยการใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่นแทนการใช้ P-Trap ซึ่งฝาตะแกรงรุ่นนี้มีลักษณะเป็นถ้วยก้นลึกสำหรับกักน้ำไว้รอบปากท่อ และครอบด้วยฝาถ้วยคว่ำสำหรับดักกลิ่นเพื่อกันไม่ให้กลิ่นย้อนขึ้นมาได้ โดยใช้งานร่วมกับ Floor Cleanout เป็นจุดเปิดเพื่อกำจัดสิ่งปฏิกูลที่สะสมในช่วงกลางๆ เส้นท่อที่มีความยาวมากๆ เมื่อมีการอุดตัน มักจะเป็นสาเหตุให้ระบายน้ำทิ้งได้ไม่สะดวก

1.3 การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า มี 2 แบบที่นิยมใช้กัน นั่นคือ ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) และท่อระบายน้ำแบบ P-Trap มีหน้าที่เดียวกันในการป้องกันกลิ่นและแมลงรบกวน ส่วนรูปแบบที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการติดตั้งและหน้าที่การใช้งานที่ต่างกันไป ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) Bottle Trap คือ เป็นท่อระบายน้ำทิ้งที่มีลักษณะเป็นท่อซ้อนท่อ โดยที่ปลายท่อหนึ่งที่ต่อจากรูน้ำทิ้งอ่างจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำขังของภายในอีกท่อหนึ่ง สามารถขังน้ำไว้ได้ในปริมาณหนึ่งเพื่อป้องกันกลิ่นหรือแมลงย้อนกลับมารบกวน ถ้วยที่อยู่ปลายท่อสามารถดักตะกอน และถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดได้ นิยมใช้กับอ่างล้างหน้า ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap เป็นท่อน้ำทิ้งที่มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว P โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่งผ่านท่อรูปตัวยู หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap (คลิกเพื่ออ่านบทความ “ศัพท์คนสร้างบ้าน U-trap (U-Bend)”) ที่สามารถขังน้ำเพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ก่อนระบายน้ำต่อไปตามท่อในแนวนอน P Trap มีข้อดีคือสามารถระบายน้ำได้เร็ว และกันกลื่นได้ดี เหมาะสำหรับนำไปใช้ใต้อ่างล้างจาน

การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า มี 2 แบบที่นิยมใช้กัน นั่นคือ ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) และท่อระบายน้ำแบบ P-Trap มีหน้าที่เดียวกันในการป้องกันกลิ่นและแมลงรบกวน ส่วนรูปแบบที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการติดตั้งและหน้าที่การใช้งานที่ต่างกันไป
ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap)

1.น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำ สามารถแบ่งได้เป็นส่วนเปียก และส่วนแห้ง โดย “ท่อน้ำทิ้ง” ที่ใช้ระบายน้ำเสียออกจากห้องน้ำสู้ภายนอกบ้าน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการระบายน้ำเสีย โดยพื้นที่อาบน้ำ ล้างหน้า และพื้นที่ซักล้าง ควรมีความชันไม่น้อยกว่า 1:100 เช่น เช่น ความยาว 100 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.การระบายบริเวณท่อน้ำทิ้ง นิยมใช้ท่อพีวีซีสีเทาหรือ PVC สีฟ้า class 8.5 เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว ที่รับแรงดันน้ำได้ 0.85 Mpa หรือ 8.5 กก./ตร.ซม. ซึ่งเหมาะกับการใช้เป็นท่อน้ำทิ้ง โดยวิธีการดักกลิ่นนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ การติดตั้ง P-Trap , การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น สองส่วนแรกใช้บริเวณพื้น และ การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า

1.1 การติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap ติดตั้งท่อดักกลิ่น หรือ P-Trap เข้ากับท่อระบายน้ำที่ฝังไว้ในพื้นห้องน้ำควบคู่กับฝาท่อระบายน้ำธรรมดา ท่อดักกลิ่น P-Trap เหมาะกับบ้านที่ยกพื้นชั้นล่าง และ ห้องน้ำชั้นบน โดยอาศัยน้ำค้างที่ท้องท่อข้องอ ขวางปิดทางเดินของกลิ่นเหม็นที่จะไหลย้อนกลับมาทางเดิมเอาไว้ และตรงจุดต่ำสุดของท่อข้องอจะต้องมีรูเล็กๆ ที่สามารถเอื้อมมือไปหมุนเปิดเพื่อปล่อยตะกอนที่ตกค้างให้ไหลออกจากท่อได้อย่างสะดวก

1.2 การใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่น หากพื้นบ้านชั้นล่างยกห่างจากพื้นดินไม่มาก ควรเลือกวิธีกันกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งด้วยการใช้ฝาตะแกรงท่อระบายน้ำแบบดักกลิ่นแทนการใช้ P-Trap ซึ่งฝาตะแกรงรุ่นนี้มีลักษณะเป็นถ้วยก้นลึกสำหรับกักน้ำไว้รอบปากท่อ และครอบด้วยฝาถ้วยคว่ำสำหรับดักกลิ่นเพื่อกันไม่ให้กลิ่นย้อนขึ้นมาได้ โดยใช้งานร่วมกับ Floor Cleanout เป็นจุดเปิดเพื่อกำจัดสิ่งปฏิกูลที่สะสมในช่วงกลางๆ เส้นท่อที่มีความยาวมากๆ เมื่อมีการอุดตัน มักจะเป็นสาเหตุให้ระบายน้ำทิ้งได้ไม่สะดวก

1.3 การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า การติดตั้งตัวดักกลิ่นบริเวณอ่างล้างหน้า มี 2 แบบที่นิยมใช้กัน นั่นคือ ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) และท่อระบายน้ำแบบ P-Trap มีหน้าที่เดียวกันในการป้องกันกลิ่นและแมลงรบกวน ส่วนรูปแบบที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการติดตั้งและหน้าที่การใช้งานที่ต่างกันไป ตัวดักตะกอนรูปถ้วย (Bottle Trap) Bottle Trap คือ เป็นท่อระบายน้ำทิ้งที่มีลักษณะเป็นท่อซ้อนท่อ โดยที่ปลายท่อหนึ่งที่ต่อจากรูน้ำทิ้งอ่างจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำขังของภายในอีกท่อหนึ่ง สามารถขังน้ำไว้ได้ในปริมาณหนึ่งเพื่อป้องกันกลิ่นหรือแมลงย้อนกลับมารบกวน ถ้วยที่อยู่ปลายท่อสามารถดักตะกอน และถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดได้ นิยมใช้กับอ่างล้างหน้า ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap เป็นท่อน้ำทิ้งที่มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว P โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่งผ่านท่อรูปตัวยู หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap (คลิกเพื่ออ่านบทความ “ศัพท์คนสร้างบ้าน U-trap (U-Bend)”) ที่สามารถขังน้ำเพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ก่อนระบายน้ำต่อไปตามท่อในแนวนอน P Trap มีข้อดีคือสามารถระบายน้ำได้เร็ว และกันกลื่นได้ดี เหมาะสำหรับนำไปใช้ใต้อ่างล้างจาน

Bottle Trap คือ เป็นท่อระบายน้ำทิ้งที่มีลักษณะเป็นท่อซ้อนท่อ โดยที่ปลายท่อหนึ่งที่ต่อจากรูน้ำทิ้งอ่างจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำขังของภายในอีกท่อหนึ่ง สามารถขังน้ำไว้ได้ในปริมาณหนึ่งเพื่อป้องกันกลิ่นหรือแมลงย้อนกลับมารบกวน ถ้วยที่อยู่ปลายท่อสามารถดักตะกอน และถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดได้ นิยมใช้กับอ่างล้างหน้า

ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap

ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap เป็นท่อน้ำทิ้งที่มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว P โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่งผ่านท่อรูปตัวยู หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap (คลิกเพื่ออ่านบทความ “ศัพท์คนสร้างบ้าน U-trap (U-Bend)”) ที่สามารถขังน้ำเพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ก่อนระบายน้ำต่อไปตามท่อในแนวนอน P Trap มีข้อดีคือสามารถระบายน้ำได้เร็ว และกันกลื่นได้ดี เหมาะสำหรับนำไปใช้ใต้อ่างล้างจาน

ท่อระบายน้ำแบบ P-Trap เป็นท่อน้ำทิ้งที่มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว P โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่งผ่านท่อรูปตัวยู หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap (คลิกเพื่ออ่านบทความ “ศัพท์คนสร้างบ้าน U-trap (U-Bend)”) ที่สามารถขังน้ำเพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ก่อนระบายน้ำต่อไปตามท่อในแนวนอน P Trap มีข้อดีคือสามารถระบายน้ำได้เร็ว และกันกลื่นได้ดี เหมาะสำหรับนำไปใช้ใต้อ่างล้างจาน

2. ของเสียที่มาจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก)

2. ของเสียที่มาจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) สำหรับของเสียที่มาจากจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) จะมีส่วนผสมของกากอาหารด้วย ส่งผลให้การเลือกใช้ท่อ ซึ่งมีขนาดของท่อที่ใช้ที่มีขนาดใหญ่กว่าท่อน้ำทิ้งทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะใช้ท่อขนาด 3-6 นิ้ว ความลาดเอียงของท่อก็จะมีมากกว่าน้ำทิ้งทั่วไป คื อประมาณ 1 : 50 ซม. เช่น ความยาว 50 ซม. ระดับลดลง 1 ซม. โดยของเสียชนิดนี้ต้องนำมาผ่านถังบำบัดน้ำเสีย (Septic Tank) ก่อนจะทำการปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการกรองเรียบร้อยแล้วลงสู่ระบบท่อสาธารณะ ระบบระบายน้ำจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทตามวิธีการติดตั้งของสุขภัณฑ์ (ชักโครก) คือ สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดตั้งพื้น และ สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดแขวนผนัง

2.1 ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) แบบตั้งพื้น ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) แบบตั้งพื้น สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ชนิดคือ ท่อน้ำทิ้งลงพื้น (S-Trap) และ ท่อน้ำทิ้งออกผนัง (P-trap) การป้องกันกลิ่นด้วย วิธีการ S-trap คือ รูปแบบของการติดตั้งท่อระบายน้ำทิ้งให้มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว S โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่ง ผ่านท่อรูปตัวยู U-Bend หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap สองรอบ U หงายและ U คว่ำแล้วเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำในแนวดิ่งลงสู่พื้น เป็นการป้องกันกลิ่นด้วยการขังน้ำ โดยระยะการเดินท่อน้ำทิ้งลงพื้น เมื่อติดตั้งชักโครกควรมีระยะท่อน้ำทิ้งห่างจากผนังประมาณ 30.5 ซม.

2.2 ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดแขวนผนัง สุขภัณฑ์ประเภทนี้เหมาะกับห้องน้ำที่มีโครงสร้างเป็นพื้นสำเร็จ รูปที่ไม่สามารถเจาะท่อระบายของเสียลงสู่พื้นได้ เนื่องจากสุขภัณฑ์ชนิดนี้ใช้ระบบระบายน้ำชนิดต่อท่อน้ำทิ้งออกผนัง (P-trap) เท่านั้น ซึ่งข้อดีของการติดตั้งระบบระบายน้ำชนิดนี้คือ หากเกิดการรั่วซึมหรือต้องซ่อมแซมท่อดังกล่าวสามารถดำเนินการภายนอกได้โดยไม่ต้องเข้าไปในตัวบ้าน ปัจจุบันมีโถสุขภัณฑ์ที่มีระบบ Floor Flange หรือ ปะเก็นแว็กซ์ เป็นอุปกรณ์ที่ทำมาใช้ทดแทนการใช้ซีเมนต์ขาวยาแนวรอยต่อในการติดตั้งชักโครกแบบโบราณอุปกรณ์ชิ้นนี้ด้านบนมีลักษณะเป็นก้อนห่วงยางมีรูตรงกลางสำหรับสวมเข้ากับ ปลายคอห่าน ด้านล่างมีปลายท่อสั้นๆ สำหรับสวมอุดเข้ากับปลายท่อของเสียที่พื้นห้องน้ำ ปะเก็นซ์แว็กซ์ไม่มีการยุบตัวเมื่อใช้งานในระยะยาวอีกทั้งยังอุดปิดแนวรอย ต่อได้สนิท ทำให้ไม่มีช่องว่างให้กลิ่นเล็ดลอดออกมาได้

สำหรับของเสียที่มาจากจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) จะมีส่วนผสมของกากอาหารด้วย ส่งผลให้การเลือกใช้ท่อ ซึ่งมีขนาดของท่อที่ใช้ที่มีขนาดใหญ่กว่าท่อน้ำทิ้งทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะใช้ท่อขนาด 3-6 นิ้ว ความลาดเอียงของท่อก็จะมีมากกว่าน้ำทิ้งทั่วไป คื อประมาณ 1 : 50 ซม. เช่น ความยาว 50 ซม. ระดับลดลง 1 ซม. โดยของเสียชนิดนี้ต้องนำมาผ่านถังบำบัดน้ำเสีย (Septic Tank) ก่อนจะทำการปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการกรองเรียบร้อยแล้วลงสู่ระบบท่อสาธารณะ

ระบบระบายน้ำจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทตามวิธีการติดตั้งของสุขภัณฑ์ (ชักโครก) คือ สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดตั้งพื้น และ สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดแขวนผนัง

2.1 ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) แบบตั้งพื้น

2. ของเสียที่มาจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) สำหรับของเสียที่มาจากจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) จะมีส่วนผสมของกากอาหารด้วย ส่งผลให้การเลือกใช้ท่อ ซึ่งมีขนาดของท่อที่ใช้ที่มีขนาดใหญ่กว่าท่อน้ำทิ้งทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะใช้ท่อขนาด 3-6 นิ้ว ความลาดเอียงของท่อก็จะมีมากกว่าน้ำทิ้งทั่วไป คื อประมาณ 1 : 50 ซม. เช่น ความยาว 50 ซม. ระดับลดลง 1 ซม. โดยของเสียชนิดนี้ต้องนำมาผ่านถังบำบัดน้ำเสีย (Septic Tank) ก่อนจะทำการปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการกรองเรียบร้อยแล้วลงสู่ระบบท่อสาธารณะ ระบบระบายน้ำจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทตามวิธีการติดตั้งของสุขภัณฑ์ (ชักโครก) คือ สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดตั้งพื้น และ สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดแขวนผนัง

2.1 ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) แบบตั้งพื้น ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) แบบตั้งพื้น สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ชนิดคือ ท่อน้ำทิ้งลงพื้น (S-Trap) และ ท่อน้ำทิ้งออกผนัง (P-trap) การป้องกันกลิ่นด้วย วิธีการ S-trap คือ รูปแบบของการติดตั้งท่อระบายน้ำทิ้งให้มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว S โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่ง ผ่านท่อรูปตัวยู U-Bend หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap สองรอบ U หงายและ U คว่ำแล้วเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำในแนวดิ่งลงสู่พื้น เป็นการป้องกันกลิ่นด้วยการขังน้ำ โดยระยะการเดินท่อน้ำทิ้งลงพื้น เมื่อติดตั้งชักโครกควรมีระยะท่อน้ำทิ้งห่างจากผนังประมาณ 30.5 ซม.

2.2 ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดแขวนผนัง สุขภัณฑ์ประเภทนี้เหมาะกับห้องน้ำที่มีโครงสร้างเป็นพื้นสำเร็จ รูปที่ไม่สามารถเจาะท่อระบายของเสียลงสู่พื้นได้ เนื่องจากสุขภัณฑ์ชนิดนี้ใช้ระบบระบายน้ำชนิดต่อท่อน้ำทิ้งออกผนัง (P-trap) เท่านั้น ซึ่งข้อดีของการติดตั้งระบบระบายน้ำชนิดนี้คือ หากเกิดการรั่วซึมหรือต้องซ่อมแซมท่อดังกล่าวสามารถดำเนินการภายนอกได้โดยไม่ต้องเข้าไปในตัวบ้าน ปัจจุบันมีโถสุขภัณฑ์ที่มีระบบ Floor Flange หรือ ปะเก็นแว็กซ์ เป็นอุปกรณ์ที่ทำมาใช้ทดแทนการใช้ซีเมนต์ขาวยาแนวรอยต่อในการติดตั้งชักโครกแบบโบราณอุปกรณ์ชิ้นนี้ด้านบนมีลักษณะเป็นก้อนห่วงยางมีรูตรงกลางสำหรับสวมเข้ากับ ปลายคอห่าน ด้านล่างมีปลายท่อสั้นๆ สำหรับสวมอุดเข้ากับปลายท่อของเสียที่พื้นห้องน้ำ ปะเก็นซ์แว็กซ์ไม่มีการยุบตัวเมื่อใช้งานในระยะยาวอีกทั้งยังอุดปิดแนวรอย ต่อได้สนิท ทำให้ไม่มีช่องว่างให้กลิ่นเล็ดลอดออกมาได้

ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) แบบตั้งพื้น สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ชนิดคือ ท่อน้ำทิ้งลงพื้น (S-Trap) และ ท่อน้ำทิ้งออกผนัง (P-trap) การป้องกันกลิ่นด้วย วิธีการ S-trap คือ รูปแบบของการติดตั้งท่อระบายน้ำทิ้งให้มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว S โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่ง ผ่านท่อรูปตัวยู U-Bend หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap สองรอบ U หงายและ U คว่ำแล้วเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำในแนวดิ่งลงสู่พื้น เป็นการป้องกันกลิ่นด้วยการขังน้ำ โดยระยะการเดินท่อน้ำทิ้งลงพื้น เมื่อติดตั้งชักโครกควรมีระยะท่อน้ำทิ้งห่างจากผนังประมาณ 30.5 ซม.

2.2 ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดแขวนผนัง
2. ของเสียที่มาจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) สำหรับของเสียที่มาจากจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) จะมีส่วนผสมของกากอาหารด้วย ส่งผลให้การเลือกใช้ท่อ ซึ่งมีขนาดของท่อที่ใช้ที่มีขนาดใหญ่กว่าท่อน้ำทิ้งทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะใช้ท่อขนาด 3-6 นิ้ว ความลาดเอียงของท่อก็จะมีมากกว่าน้ำทิ้งทั่วไป คื อประมาณ 1 : 50 ซม. เช่น ความยาว 50 ซม. ระดับลดลง 1 ซม. โดยของเสียชนิดนี้ต้องนำมาผ่านถังบำบัดน้ำเสีย (Septic Tank) ก่อนจะทำการปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการกรองเรียบร้อยแล้วลงสู่ระบบท่อสาธารณะ ระบบระบายน้ำจากสุขภัณฑ์ (ชักโครก) สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทตามวิธีการติดตั้งของสุขภัณฑ์ (ชักโครก) คือ สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดตั้งพื้น และ สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดแขวนผนัง

2.1 ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) แบบตั้งพื้น ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) แบบตั้งพื้น สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ชนิดคือ ท่อน้ำทิ้งลงพื้น (S-Trap) และ ท่อน้ำทิ้งออกผนัง (P-trap) การป้องกันกลิ่นด้วย วิธีการ S-trap คือ รูปแบบของการติดตั้งท่อระบายน้ำทิ้งให้มีลักษณะโค้งงอคล้ายตัว S โดยเดินท่อจากด้านบนในแนวดิ่ง ผ่านท่อรูปตัวยู U-Bend หรือที่เรียกกันติดปากว่า U-Trap สองรอบ U หงายและ U คว่ำแล้วเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำในแนวดิ่งลงสู่พื้น เป็นการป้องกันกลิ่นด้วยการขังน้ำ โดยระยะการเดินท่อน้ำทิ้งลงพื้น เมื่อติดตั้งชักโครกควรมีระยะท่อน้ำทิ้งห่างจากผนังประมาณ 30.5 ซม.

2.2 ระบบระบายน้ำเสีย ชนิด สุขภัณฑ์ (ชักโครก) ชนิดแขวนผนัง สุขภัณฑ์ประเภทนี้เหมาะกับห้องน้ำที่มีโครงสร้างเป็นพื้นสำเร็จ รูปที่ไม่สามารถเจาะท่อระบายของเสียลงสู่พื้นได้ เนื่องจากสุขภัณฑ์ชนิดนี้ใช้ระบบระบายน้ำชนิดต่อท่อน้ำทิ้งออกผนัง (P-trap) เท่านั้น ซึ่งข้อดีของการติดตั้งระบบระบายน้ำชนิดนี้คือ หากเกิดการรั่วซึมหรือต้องซ่อมแซมท่อดังกล่าวสามารถดำเนินการภายนอกได้โดยไม่ต้องเข้าไปในตัวบ้าน ปัจจุบันมีโถสุขภัณฑ์ที่มีระบบ Floor Flange หรือ ปะเก็นแว็กซ์ เป็นอุปกรณ์ที่ทำมาใช้ทดแทนการใช้ซีเมนต์ขาวยาแนวรอยต่อในการติดตั้งชักโครกแบบโบราณอุปกรณ์ชิ้นนี้ด้านบนมีลักษณะเป็นก้อนห่วงยางมีรูตรงกลางสำหรับสวมเข้ากับ ปลายคอห่าน ด้านล่างมีปลายท่อสั้นๆ สำหรับสวมอุดเข้ากับปลายท่อของเสียที่พื้นห้องน้ำ ปะเก็นซ์แว็กซ์ไม่มีการยุบตัวเมื่อใช้งานในระยะยาวอีกทั้งยังอุดปิดแนวรอย ต่อได้สนิท ทำให้ไม่มีช่องว่างให้กลิ่นเล็ดลอดออกมาได้

สุขภัณฑ์ประเภทนี้เหมาะกับห้องน้ำที่มีโครงสร้างเป็นพื้นสำเร็จ รูปที่ไม่สามารถเจาะท่อระบายของเสียลงสู่พื้นได้ เนื่องจากสุขภัณฑ์ชนิดนี้ใช้ระบบระบายน้ำชนิดต่อท่อน้ำทิ้งออกผนัง (P-trap) เท่านั้น ซึ่งข้อดีของการติดตั้งระบบระบายน้ำชนิดนี้คือ หากเกิดการรั่วซึมหรือต้องซ่อมแซมท่อดังกล่าวสามารถดำเนินการภายนอกได้โดยไม่ต้องเข้าไปในตัวบ้าน